Category: ท่องเที่ยว

ภาษาพาสนุก บ้านพี่เมืองน้อง

แรกเริ่มเดิมที่กะว่าจะให้เรื่องของภาษาพาสนุกจบลงในตอนที่แล้วแต่ด้วยความที่ยังมีเรื่องสนุกๆ มันๆ เกี่ยวกับภาษาหลงเหลืออยู่อีกรวมทั้งได้รับการรีเควสจากคนที่กำลังจะไปทัวร์ลาวในเร็ววันนี้ให้เขียนเรื่องภาษาต่อเพื่อที่จะได้เข้าใจความหมายเวลาไปทัวร์ลาวดังนั้นในบทความตอนนี้จึงขอต่อเรื่องของภาษาลาวกันอีกสักตอนนะครับ ในเรื่องของวันเวลาภาษาลาวก็ชวนให้คนไทยที่ไปทัวร์ลาวที่ไม่สันทัดในเรื่องของภาษาได้มีโอกาสเข้าใจผิดได้เช่นกันนะครับโดยหากคนลาวถามท่านว่า “มื้อไหน” นั่นไม่ได้หมายความถึงว่าเราทานอาหารมื้อไหนอย่างเช่นที่บ้านเราใช้กันแต่เขากำลังถามเราว่า “วันไหน” ต่างหาก ซึ่งหากตอบว่า “มื้อนี้” จะมีความหมายว่า “วันนี้” ส่วนคำว่า “พรุ่งนี้” นั้นทางลาวเขาจะใช้คำว่า “มื้ออื่น” และ “เมื่อวานนี้” ใช้คำว่า “มื้อวานนี้” แต่ถ้าจะพูดเกี่ยวกับมื้ออาหารเขาจะใช้คำว่า “คาบ” แทน โดย “คาบเช้า”คือ “มื้อเช้า “คาบแลง” คือมื้อเย็น” นอกจากคำที่พอเดาความหมายได้แล้วภาษาลาวก็ยังมีคำประเภทที่ว่าแปลกแตกต่างออกไปจากความหมายเดืมจนเดาไม่ออกหลายคำเลยทีเดียว โดยใครจะไปคาดคิดว่า “ปิ้ม” แปลว่า “หนังสือ, “โจ๊ะ” หมายถึง “พักไว้ก่อน”, “บานส่ง” คือกีฬา “วอลเลย์บอล” และ “บานบ้วง” หมายถึงกีฬา “บาสเก็ตบอล” ส่วนคำที่ห้ามคนไทยห้ามพูดเด็ดขาดกับคนลาวเพราะจะทำให้งงๆ กันนั้นก็มีคำว่า “ขายของ” และ “ซื้อของ” เพราะในภาษาลาวจะมีความหมายว่า “ขายบริการทางเพศ “และซื้อบริการทางเพศ” ส่วนถ้าจะเช้าห้องน้ำก็ห้ามใช้คำว่า “ส้วม” เด็ดขาดเพราะมันจะหมายความถึงห้องหอ ถ้าเราต้องการไปส้วมให้พูดคำว่า…




สถานที่เที่ยวในเมืองย่างกุ้ง

วันนี้ทัวร์พม่า จะพาคุณไปเที่ยวชมความสวยงามและช้อปปิ้งแบบสบายๆที่เมืองหลวงเก่าอย่างเมืองย่างกุ้ง  ถ้าเป็นสมัยก่อนทัวร์พม่าเองยังเข้าใจว่าทำไมจึงชื่อเมืองว่าย่างกุ้ง หรือว่าเป็นเมืองที่อยู่ติดกับทะเลแล้วสามารถจับหากุ้งมาย่างกินได้  ซึ่งก็เป็นความคิดแบบเด็กๆ จวบจนเติบโตและได้ศึกษาหาความรู้ทำให้ทีมท่องเที่ยวพม่า รู้จักเมืองย่างกุ้งมากยิ่งขึ้น เพราะเมืองนี้บอกตามตรงว่าไม่ธรรมดาและปัจจุบันนี้ได้พัฒนามากขึ้น  ถ้าอยากรู้ว่าเมืองย่างกุ้งพัฒนาอย่างไรก็ไปติดตามกันเลยจ้ะ นานมาแล้วที่เมืองย่างกุ้ง ติดอยู่ในมิติของกาลเวลาที่บิดเบือนเลือนลาง เมืองโบราณแห่งนี้เคยอบอวลไปด้วยไอร้อน ฝุ่นผงธุลีดิน และสรรพสำเนียงเสียงเซ็งแซ่ ไม่มีอาคารสูงระฟ้า มีแต่ตึกรามเก่าๆ ที่ชาวอังกฤษสร้างไว้ บนท้องถนนก็มีแต่รถประจำทางที่แน่นขนัด แท็กซี่รุ่นคุณปู่ และสามล้อที่เก่าจวนจะพังมิพังแหล่แต่ช่วงไม่กี่ปีสุดท้ายของศตวรรษที่ 20 ย่างกุ้งได้พลิกเปลี่ยนโฉมหน้าไปเมื่อนักลงทุนจากต่างประเทศเพื่อนบ้านทยอยกันเข้ามาไม่ขาดสาย รถรุ่นคุณปู่ต้องหลีกทางให้รถญี่ปุ่นรุ่นใหม่สีมันวับ แท็กซี่รุ่นเก่าที่เคยวิ่งโคลงเคลงอยู่ตามท้องถนนถูกแทนที่ด้วยแท็กซี่รุ่นใหม่ ส่วนใหญ่เป็นรถยี่ห้อ มาสด้ากับซูบารุ ตึกรามอันเก่าแก่ทรุดโทรมถูกทุบทิ้งเพื่อสร้างโรงแรมกับอาคารสำนักงานที่สูงระฟ้าขึ้นมาแทนที่แต่นั่นไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของย่างกุ้งลดน้อยถอยลงในสายตาของนักท่องเที่ยว พาหนะที่ทันสมัยช่วยให้เดินทางได้สะดวกสบายขึ้น และถึงแม้ว่าจะมีตึกสูงขึ้นแซมอยู่กับหมู่โบราณสถาน แต่วิถีชีวิตของผู้คนกลับเปลี่ยนแปลงไปน้อยกว่า เราจึงสามารถนั่งแท็กซี่ไปเยือนชุมชนโปรตุเกสเก่าที่ตั่นหลินได้โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาที แทนที่จะนั่งเรือเป็นครึ่งค่อนวันและตั่นหลินก็ยังคงเป็นเมืองที่เงียบสงบซ่อนเหตุวุ่นวายในประวัติศาสตร์ไว้เบื้องหลังซากโบถส์ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป พระบรมธาตุชเวดากอง(SHWEDAGON PAGODA) พระมหาเจดีย์ทองคำที่งดงามตั้ง เด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูงประมาณ 109 เมตร ประดิษฐานอยู่บนเนินดินที่ชื่อ “SINGUTTARA” ซึ่งมีลานรูปสี่เหลี่ยมและเป็นเนินที่สูงที่สุดในเขตปริมณฑลเมืองย่างกุ้งมีความยาว โดยรอบ ประมาณ 473 เมตร รอบฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมไปด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ อีกร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้านยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย นับเป็นงานถาปัตยกรรมฝีมือช่างพม่าที่งดงามหาที่เปรียบมิได้ สันนิษฐานว่าเริ่มก่อสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษแรกๆ เชื่อกันว่าภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8…




รู้จักวัฒนธรรมอินเดีย

ปิดท้ายบทความชุดโปรแกรมทัวร์อินเดียในเฟสแรกนี้กันด้วยเรื่องราวแปลกๆ อันเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวอินเดียกันบ้างดีกว่าครับซึ่งเจ้าวัฒนธรรมแปลกๆ ของชาวอินเดียนี้ผมเชื่อว่านักท่องเที่ยวที่มีโอกาสไปทัวร์อินเดียบ่อยๆ หรือพักอยู่ที่อินเดียเป็นช่วงระยะเวลานานๆ อาจจะเห็นภาพเหล่านี้จนชินชาและกลายเป็นเรื่องปกติไปในที่สุด                เรื่องแรกสุดที่นักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์อินเดียต้องผจญแทบทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไมได้ก็คือการหยุดรถให้วัวข้ามถนน ที่อินเดียนี้การหยุดรถให้วัวข้ามถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งโดยกฎหมายของที่นี่หากฝ่าฝืนแล้ววัวเกิดอันตรายคนขับรถมีความผิดครับรวมไปถึงการเฆี่ยนตีวัวในที่สาธารณะด้วยเพราะเนื่องจากชาวอินเดียนั้นเขาถือว่าวัวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นพาหนะของพระศิวะเจ้านั่นเอง                เรื่องต่อมาคือประเพณีและธรรมเนียมการแต่งงาน ในบางพื้นที่ที่ยังไม่เจริญการแต่งงานของชายหญิงนั้นฝ่ายหญิงจะต้องเป็นผู้ไปสู่ขอฝ่ายชายรวมถึงออกค่าสินสอดให้ด้วยเพราะเนื่องจากว่าธรรมเนียมของอินเดียนั้นฝ่ายชายจะถือว่าเป็นผู้มีฐานะสูงศักดิ์กว่าฝ่ายหญิงดังนั้นฝ่ายหญิงจึงต้องปฏิบัติเลี้ยงดูฝ่ายชายรวมไปถึงก่อนนอนภรรยาต้องกราบเท้าสามีอีกด้วย                ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ฮอตฮิตไม่แพ้สองเรื่องแรกก็คือเรื่องราวของแม่น้ำคงคา ชาวอินเดียเชื่อว่าแม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำแห่งสวรรค์ แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ใครได้อาบดื่มกินแล้วจะมีบุญ ได้บุญ ตายไปก็ได้ขึ้นสวรรค์แต่ในความเป็นแล้วจริงแม่น้ำคงคาในวันนี้ล้วนเน่าเหม็นด้วยว่ามีสิ่งสกปรกมากมาย มีทั้งคนลงไปอาบน้ำ มีทั้งการนำศพลอยน้ำเพื่อส่งวิญญาณ ดังนั้นหากไกด์พาท่านไปเยือนแม่น้ำคงคาแล้วล่ะก็ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงซะมิฉะนั้นท่านต้องจำใจดื่มกินน้ำในแม่น้ำแห่งนี้ตามธรรมเนียมอย่างแน่นอน




วังสุลต่านที่บาหลี

ผ่านการทัวร์บาหลีที่เกี่ยวข้องกับวัดไปแล้วสามที่ไม่ทราบว่าเป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดานักทัวร์เกาะบาหลีของผมกันบ้างหรือไม่ครับซึ่งหากเป็นที่ถูกใจแล้วล่ะก็ผมเชื่อว่าเรื่องที่ผมกำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ย่อมต้องเป็นที่น่าสนใจยิ่งกว่าเพราะเท่าที่สังเกตดูหากนักท่องเที่ยวท่านใดที่ชอบในเรื่องของการทัวร์วัดก็มักที่จะชอบการทัวร์วังด้วยเช่นกันและในวันนี้ผมจะพาคนที่กำลังคิดจะไปทัวร์บาหลีด้วยตัวเองทุกท่านไปพบกับสถานที่แห่งนี้ครับ สถานที่ๆ เรียกกันว่า “วังสุลต่าน”                วังสุลต่านหรือวังเมกะลังนั้นถือเป็นสิ่งก่อสร้างสำคัญที่มีความล้ำค่าอันประเมินไม่ได้ของบาหลีและประเทศอินโดนีเซียเพราะเป็นพระราชวังสำหรับพระมหากษัตริย์พระองค์แรกจนถึงองค์สุดท้ายของอินโดนีเซียนั่นเองครับ                ณ วังสุลต่านแห่งนี้จะประกอบไปด้วยห้องต่างๆ ที่ประดับประดาด้วยความสวยงามเพื่อใช้เป็นที่พักและเป็นที่ต้อนรับอาคันตุกะของกษัตริย์และแขกของรัฐบาลในขณะนั้นส่วนในปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้คนทั่วไปได้รับชม                นอกจากความสวยงามในด้านการตกแต่งแล้ว ที่วังสุลต่านนี้ยังมีข้าวของเครื่องใช้ที่ใช้จริงในสมัยนั้นมาจัดแสดงไม่ว่าจะเป็นเครื่องราชบรรณาการต่างๆ เครื่องเงิน เครื่องทอง เครื่องเพชรพลอยรวมไปถึงบรรดาโบราณวัตถุล้ำค่าอันเป็นพระราชสมบัติของพระมหากษัตริย์ในยุคนั้นกว่า 12 รุ่นอีกด้วย                วังสุลต่านแห่งนี้ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์จากรัฐบาลประเทศอินโดนีเซียให้คงสภาพดังเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลงและมีโครงการที่จะขอขึ้นทะเบียนวังสุลต่านให้กลายเป็นมรดกโลกในเร็ววันนี้




ว่าด้วยเรื่องสถานทูต

สำหรับบทความในตอนนี้ขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสถานเอกอัครราชทูตลาวให้ทุกท่านที่คิดจะไปทัวร์ลาวได้ได้รู้ข้อมูลเอาไว้เพื่อเป็นการประดับความรู้กันนะครับเพราะจริงอยู่ที่ว่าเราสามารถเดินทางข้ามเขตไปทัวร์ลาวในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อกับสถานทูตลาวแต่อย่างใดแต่สมมติว่าในกรณีที่เกิดเหตุการณ์สำคัญๆ ที่จำเป็นต้องติดต่อจริงๆ ขึ้นมาเราจะได้รู้ว่าต้องติดต่ออะไร อย่างไร                สำหรับที่ประเทศไทยนั้นสถานเอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทยนั้นตั้งอยู่ที่บริเวณซอยรามคำแหง 39 โดยมีหน้าการทำงานเกี่ยวข้องกับงานระหว่างประเทศของไทยกับลาวไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งคนเข้าเมือง การส่งคนกลับประเทศ งานเอกสารระหว่างประเทศรวมไปถึงงานคำร้องต่างๆ เช่นเดียวกันกับสถานทูตประเทศอื่นๆ นอกจากนี้สถานเอกอัครราชทูตลาวยังให้เป็นสถานที่ๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับการไปเยือนหรือการไปท่องเที่ยวประเทศลาวอีกด้วย สำหรับคนที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของสถานเอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทยนั้นสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 02-5397341, 02-5396667-8 ได้ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ในเวลาราชการหรือเข้าดุรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.bkklaoembassy.com                คราวนี้ก็มาถึงบรรดาคนไทยที่ไปทัวร์ลาวกันบ้าง บางครั้งเราอาจมีเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นที่จะต้องติดต่อกับสถานทูตไทยประจำประเทศลาวเพื่อทำธุระสำคัญอะไรบางอย่างดังนั้นการรู้จักสถานทูตไทยประจำประเทศลาวเอาไว้จึงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยโดยสถานทูตไทยประจำประเทศลาวนั้นมีนิวาสถานตั้งอยู่ที่บริเวณถนนไกสอน พมวิหาน เมืองไซเสดถา นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เบอร์โทรศัพท์ 007–856–21- 214581-3 หรือเข้าชมเว็บไซต์สถานที่ไทยประจำกรุงเวียงจันทน์ได้ที่ http://www.thaiembassy.org/vientiane ครับ